Facebook เปิดศึก Youtube ชิงยอดวิว MV เริ่มสิงหานี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? กระทบใครบ้าง?

ก.ค. 17, 2020 | blog, web design, website, ออกแบบเว็บไซต์, อีคอมเมิร์ซ

Facebook เปิดศึก Youtube ชิงยอดวิว MV เริ่มสิงหานี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? กระทบใครบ้าง?

Facebook จะสามารถทำการสตรีม MV ลิขสิทธิ์เพลง โดยเริ่มที่สหรัฐก่อน สิงหาคมนี้ (2020) ซึ่งนั้นเท่ากับการท้าชิงกับเจ้าตลาดอย่าง Youtube อย่างชัดเจน จากบทความของ TechCrunch โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนไปยังเจ้าของเพจหรือแอดมินเพจของศิลปินให้ทำการตั้งค่าใช้งานระบบใหม่นี้ภายในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเพจนั้นไม่ได้ทำการตั้งค่า facebook ก็จะทำการสร้างหน้าสำหรับ MV ของศิลปินนั้นๆได้โดยอัตโนมัติ 

หลักการคือ ตัวศิลปินหรือแอดมินเพจไม่จำเป็นต้อง Upload วิดีโอเองเลย เพียงแค่ทำการตั้งค่าอนุญาติให้ facebook เพิ่มวิดีโอบนเพจได้เท่านั้น 

เราอาจจะงงว่า อ่าวทุกวันนี้ก็เห็นลง MV กันบนเพจได้กันเยอะแยะนี่นา มันต่างกันยังไงกับฟงก์ชั่นใหม่นี้ จริงๆแล้วต่างกันมาก เพราะที่เห็นลง MV ตัวเต็มกันนั้นเป็น link จาก Youtube กันทั้งนั้นเท่ากับว่าโยนยอดวิวไปอยู่ที่ Youtube ซะเปล่าๆ วิดีโอที่เล่นเพลงเต็มๆเพลงนั้นยังไม่สามารถเล่นบน platform ของ Facebook ได้เลย โดยฟงก์ชั่นใหม่นี้เมื่อศิลปินสามารถเล่น MV ลิขสิทธ์ของตัวเองบนเพจได้ก็จะทำให้เกิดการ engagement ระหว่าง fanclub กับตัวศิลปินบนเพจมากขึ้น แฟนๆจะได้รับการเตือนว่าจะมี MV ใหม่เปิดตัว และยังสามารถเก็บวิดีโอไว้ใน library ของเพจได้อีกด้วย ยังไม่รวมเรื่องของ data ที่สามารถเก็บข้อมูลผู้เข้าชม แล้วนำไปวิเคราะห์ยิงโฆษณาได้อีก 

 

 

ถ้าศิลปินเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้ทำการตั้งค่า หรือว่าเลือกที่จะไม่เปิดฟังก์ชั่นนี่ล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น Facebook ก็จะยังคงแสดง MV ตัวนั้นอยู่ดี บนหน้าเพจใหม่ที่สร้างขึ้นและควบคุมโดย Facebook เอง แฟนๆก็จะสามารถ engagement ได้ เข้ามาดูมา comment เข้ามาแชร์ได้ แต่ตัวศิลปินก็ยังสามารถเข้ามาตั้งค่า และควบคุมเองได้ทุกเมื่อ สามารถแก้ไข ไตเติ้ล คำอธิบาย tag รวมถึงการปิด MV ก็สามารถทำได้ ซึ่งก็ควรทำเพราะเราจะเสียประโยชน์มาก หากไม่นำ data ของแฟนๆที่ engagement มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งๆที่ MV เราก็ถูกนำมาแสดงอยู่ดี 

การที่ Facebook ขยายมาสู่ตลาด Music Video นี้ จะชนกับ Youtube แบบเต็มๆ เพราะ Youtube คือเจ้าตลาดที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็น 46%ของบัญชีทั่วโลกที่ทำการสตรีมเพลงไม่รวมแผ่นดินจีน ปีที่แล้ว Youtube ได้อ้างว่ามียอดผู้ชมมากกว่า 1 พันล้านคนเข้ามาชม MV จากมากกว่า 2 ล้านศิลปิน ภายใน 1 เดือน และรายงานว่าได้นำรายได้เข้าสู่อุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกมากกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 

รายงานจากบลูมเบิร์กกล่าวว่า Facebook ได้ทำการเจรจาค่าลิขสิทธิ์ MVกับค่ายยักษ์ใหญ่ในสหรัฐแล้ว3 เจ้าคือ Universal Media Group, Sony Music และ Warner Music Group รายงานยังบอกอีกว่า ทั้ง 3 เจ้านั้นสนใจมากที่จะมีอีกช่องทางหารายได้เพิ่ม เพราะพวกเขารู้สึกว่าที่ Youtube จ่ายให้อยู่นั้นยังไม่มากพอ 

จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง? 

นี่เท่ากับว่า Youtube กำลังเจอคู่แข่งใหญ่พอฟัดพอเหวี่ยงกันเลยทีเดียว อะไรจะเกิดขึ้นได้บ้างหลังจากนี้ ชัดเจนว่ายอดวิว MV จาก Youtube จะถูกแบ่งออกไปมหาศาล Blackpink อาจไม่สามารถทำลายสถิติยอดวิว Youtube จากซิงเกิลใหม่ได้ง่ายๆ ยอด Subscribe บน Youtube ก็อาจเติบโตช้าลง โดยเฉพาะแฟนๆที่ตามศิลปินใน facebook อยู่แล้ว และถ้าหากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี Facebook อาจจะขยายไปสู่วิดีโอแบบอื่นๆ อาจมีการติดต่อ Youtuber ที่ดังๆในแต่ละประเทศ สร้าง content ใหม่ๆที่ลงเฉพาะใน facebook เท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ ยอดวิวโดยรวมทุกประเภทของ Youtube ทั่วโลกอาจลดลงอย่างมีนัยยะ และจะส่งผลกระทบถึงค่าโฆษณาได้ 

 

จะกระทบใครบ้าง? 

  • เบื้องต้นคือศิลปินเพราะต้องมีการบริหารจัดการเพิ่มมากขึ้นเพราะอาจจะต้องเปิดตัวแบบพรีเมียร์ถึง 2 ช่องทาง ส่วนค่าลิขสิทธิ์ที่จะได้เพิ่มขึ้นนั้นก็ยังไม่แน่ว่าเมื่อหักลบกลบหนี้รายได้ทาง Youtube ที่จะลดลงแล้ว จะได้เพิ่มมากขึ้นแค่ไหน นอกจากจะสามารถหา sponsor เข้ามา tie in ในตัววิดีโอได้ก็จะสามารถเรียกค่า presenter เพิ่มขึ้นได้อีก เพราะแฟนจะสามารถดูได้ทั้ง Youtube Facebook และ Instagram นอกเหนือจากนั้นยังจะได้ข้อมูลการ engagement จากแฟนๆมาเป็นเครื่องมือทำการตลาดที่ดีมากๆ และหากได้แอดมินที่เข้าใจ ก็สามารถนำช้อมูลไปต่อยอดได้อย่างมากมาย 
  • เจ้าของเพจที่ทำ Content เกี่ยวกับ Video เช่น Youtuber ในบ้านเรานั้น บางคนก็จะลงวิดีโอทั้งในเพจ และทาง Youtube ด้วยอยู่แล้ว กรณีนี้อาจไม่ส่งผลกระทบมากเพราะ facebook ยังไม่ได้แบ่งรายได้จากยอดวิวโดยตรงสู่เจ้าของ content 
  • นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่โฆษณาผ่านทาง Youtube และ Facebook อาจต้องปรับตัวบ้าง การนำผลิตภัณฑ์เข้าไป tie in อยู่ใน Video ที่ลงได้หลายช่องทางจะถูกเรียกราคาเพิ่มแน่นอนโดยที่ผลลัพธ์ก็ยังไม่แน่ชัด ส่วนการยิงโฆษณานั้น ก็อาจต้องมีการบริหารงบ และการวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน และให้ความสำคัญกับการยิง Ad บนวิดีโอบน facebook มากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม Music 

 

Facebook เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ facebook เริ่มแบ่งรายได้ยอดวิวให้กับผู้ผลิต content เมื่อไหร่ ก็จะเป็นคู่แข่งกับ Youtube อย่างเต็มตัวทันที รายงานล่าสุด มีบัญชีผู้ใช้งานจริงใกล้ถึง 3 พันล้านบัญชีต่อเดือน บน facebook, instagram, whatapp และ messenger รวมกัน การขยับตัวของ facebook ครั้งนี้ ในแง่ของผู้ทำธุรกิจออนไลน์ ควรจับตาดู และควรลองคาดการณ์ไปข้างหน้าว่า ธุรกิจของเราจะมีผลกระทบอะไรบ้าง หรือเราสามารถใช้ผลกระทบนี้สร้างโอกาสอะไรกับธุรกิจเราได้บ้าง

หากเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์กดแชร์ให้เพื่อนผ่านโซเชียลของคุณได้ และหากไม่อยากพลาดบทความหรือข่าวสารความรู้ใหม่ๆกดติดตามผ่านแฟนเพจด้านล่างได้เลย

กดติดตาม

แชร์บทความนี้

หากเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์แชร์ให้เพื่อนได้